ใช้สำหรับอาคารหรือระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งใหม่ในปัจจุบัน
ระบบไฟ 1 เฟส (220V)
สายไฟ (Line - L): 🟤 สีน้ำตาล
สายนิวทรัล (Neutral - N): 🔵 สีฟ้า
สายดิน (Ground - G): 🟢🟡 สีเขียวแถบเหลือง
ระบบไฟ 3 เฟส (380V)
สายเฟสที่ 1 (L1): 🟤 สีน้ำตาล
สายเฟสที่ 2 (L2): ⚫ สีดำ
สายเฟสที่ 3 (L3): ⚪ สีเทา
สายนิวทรัล (Neutral - N): 🔵 สีฟ้า
สายดิน (Ground - G): 🟢🟡 สีเขียวแถบเหลือง
รูปแสดงการออกแบบฝายน้ำล้น (Rectangular Weir Desing) ที่ใช้ร่วมกับเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำเพื่อนำค่าที่ได้มาคำนวณหาปริมาณน้ำ
โครงสร้าง Flow Meter สำหรับวัดปริมาณน้ำในทางน้ำเปิด ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ดังนี้
1. Sensor จะแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
ติดตั้งใต้น้ำ ข้อดี ลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้าง สามารถติดตั้งในท่อลอดได้เลย
ติดตั้งเหนือน้ำ ข้อดี ดูแลง่าย แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำลำราง หรือฝาย
ข้อควรระวัง ถ้าเป็น Sensor ที่วัดความสูงอย่างเดียว น้ำหลังฝายมีผลต่อการคำนวณปริมาณน้ำ
2. หน่วยประมวลผล จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนคำนวณ ทำหน้าที่ นำค่าที่ได้จาก Sensor มาคำนวณเป็นปริมาณน้ำสะสม ปริมาณน้ำ = ความสูง x ความเร็ว x พื้นที่หน้าตัด
ส่วนเก็บข้อมูล จะทำหน้าที่บันทึกค่าปริมาณน้ำ สำหรับการสอบทวน
3. ส่วนรายงาน สำหรับส่งข้อมูลเข้าส่วนกลาง จะทำได้ 2 แบบ คือ
Online ขอดีจะเห็นข้อมูลแบบ Real Time
Manual ประหยัดค่าใช้ด้านด้าน Internet
อินพุต PLC แบบ Sink และ Source เป็นคำจำกัดความทิศทางการไหลของกระแสไฟ (Direct Current) ระหว่างอุปกรณ์อินพุต (เช่น สวิตช์, เซ็นเซอร์) และโมดูลอินพุตของ PLC เพื่อใช้ระบุรูปแบบการต่อสายไฟ โดยแบบ Sink จะเป็นวงจรที่รับกระแสไฟ และแบบ Source จะเป็นวงจรที่จ่ายกระแสไฟ
Laser Level (เลเซอร์วัดระดับ) และ Paddle Level (สวิตช์วัดระดับแบบใบพัด) เป็นเครื่องมือวัดระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย Laser Level เป็นอุปกรณ์ปล่อยแสงเลเซอร์สำหรับงานก่อสร้างและตกแต่ง ขณะที่ Paddle Level เป็นอุปกรณ์วัดระดับวัสดุในถังอุตสาหกรรม
จากตารางถ้าต้องการความเร็วในการสื่อสาร ควรเลือก Ethernet (Modbus TCP)
RS485 ตอบโจท์เรื่องความคุมทุน ดูแลง่าย (Modbus RTU)
WiFi เหมาะสำหรับทดสอบการทำงาน
คือ ดัชนีวัดประสิทธิภาพการผลิต ของเครื่องจักร ว่าทำงานได้ดีแค่ไหน เมื่อเทียบกับศักย์ภาพสูงสุด
Availability(ความพร้อม) x Performance(ประสิทธิภาพ) x Quality(คุณภาพ)
คือ เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้กับเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อตรวจจับข้อมูลการทำงานแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปคำนวณหาค่า OEE (Overall Equipment Effectiveness) หรือ ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้วัดความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการผลิต